วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บ้านสวยหลายสไตล์ในบ้านเรา

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อกบ้านแสนสบายทุกท่าน

เมืองไทยของเรานั้นตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นของภูมิภาคแถบเอเชียและมีสภาพอากาศที่แตกต่างกันไปแต่ละภูมิภาคน่ะนะคะ ดังนั้น บ้าน ที่เหมาะสำหรับอยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่จึงแตกต่างกันไปบ้างตามสภาพภูมิอากาศ

ในสมัยโบราณนั้น บ้าน ที่เป็นที่นิยมปลูกสร้างกันอย่างแพร่หลาย ก็คือบ้านทรงไทยของเรานี่เองค่ะ เนื่องมาจากการสร้างบ้านในสมัยโบราณนั้น มักนิยมสร้างให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตในสมัยนั้น เช่น มีการยกพื้นสูง เพื่ออยู่อาศัยได้ในยามน้ำหลาก มีใต้ถุนเพื่อเก็บข้าวของที่จำเป็นต้องใช้ภายในบ้าน มีหลังคาลาดชันเพื่อระบายน้ำฝนได้ดี มีลานพักกลางบ้านอันกว้างขวาง เพื่อประกอบกิจกรรมในครัวเรือนร่วมกัน เป็นต้น

แต่ในปัจจุบันนี้ เมื่อโลกแคบลงด้วยการติดต่อสื่อสาร การรับเอาวัฒนธรรมความเป็นอยู่ รวมไปถึงรูปแบบของการสร้างบ้านในวิถีตะวันตกหรือวิถีของชาวต่างชาติ ก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงเห็นวิวัฒนาการของรูปแบบบ้านที่เริ่มเปลี่ยนไป และมีการประยุกต์นำรูปแบบต่าง ๆ เหล่านั้นมาใช้กับบ้านไทย ๆ ของเรามากขึ้น



อย่างไรก็ดี หากจะถามว่า บ้านสไตล์ไหน แบบไหน จึงจะเหมาะกับเมืองไทยของเราที่สุด ก็เห็นจะตอบได้ยากพอสมควรค่ะ เนื่องจากแบบบ้านแต่ละหลังก็ล้วนแล้วแต่มีข้อดี-ข้อด้อยแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม หากจะถามว่าบ้านแบบใดที่ดีที่สุดสำหรับเรา ก็คงจะตอบได้ว่า บ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุด รวมไปถึงเหมาะสมกับการใช้งานและสภาพแวดล้อมของเรามากที่สุด นั่นเองน่ะนะคะ ซึ่งก็จะมีหลากหลายรูปแบบหลากหลายสไตล์ให้เลือกเช่นกัน

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนสบาย เราจะมาดูบ้านและการตกแต่งในสไตล์ต่าง ๆ ด้วยกันค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ




หลังคาบ้าน : หลังคาทรงผสม

แบบ หลังคาบ้าน ที่นิยมมากที่สุดในเมืองไทย มักนิยมทั้งแบบทรงจั่วและแบบปั้นหยาค่ะ เพราะทั้งสองแบบกันแดดกันฝนได้ดี ทำง่ายไม่ยุ่งยาก แถมวัสดุก็ไม่แพงมาก ราคาอยู่ในช่วงที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีหลังคาที่ได้รับการออกแบบให้ผสมผสานกัน ระหว่างหลังคาชนิดต่าง ๆ ให้เลือกใช้อีกด้วยน่ะนะคะ เช่น หลังคาทรงจั่วผสมกับทรงปั้นหยา หลังคาทรงแบนผสมกับหลังคาทรงเพิงหมาแหงน หลังคารูปทรงอิสระ เป็นต้น ซึ่งเมื่อนำบางส่วนของหลังคาแต่ละชนิดมาสร้างประกอบกัน ก็จะเกิดความสวยงามแปลกตาแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือช่าง,วัสดุที่นำมาใช้ และการออกแบบหลังคาเหล่านั้นด้วยค่ะ

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนรัก เราจะมาดูความสวยงามของแบบบ้านในสไตล์ต่าง ๆ กันนะคะ แล้วกลับมาพบกับบ้านแสนสบายได้ใหม่ ในครั้งหน้าค่ะ :)



หลังคาบ้าน : หลังคาโค้ง



หลังคาโค้ง นั้น มักนิยมในบ้านสไตล์โมเดิร์น หรือโรงงานค่ะ วัสดุมุงหลังคาจะทำด้วย Metal sheet และอลูมิเนียมขึ้นรูป ซึ่งมีวิธีการทำอยู่ 2 แบบหลัก ๆ นั่นก็คือ


1. วิธีการทำโค้งสำเร็จรูปด้วยเครื่องจักร

วิธีนี้คือการนำแผ่นเมทัลชีท หรืออลูมิเนียมที่รีดแผ่นตรงตามความต้องการแล้ว ไปทำการโค้งขึ้นรูปด้วยเครื่องทำโค้ง ซึ่งจะสามารถทำโค้งได้ทั้งแบบคว่ำและแบบหงาย รวมไปถึงการทำโค้งแบบครึ่งวงกลม และโค้งที่มีงุ้มตรงปลายเหมือนแผ่นกันสาด ทั้งนี้ก็ต้องดูว่ามีการสร้างโครงสร้างหลังคาไว้หรือยัง หากมีการทำโครงสร้างหลังคาไว้แล้ว ก็ต้องทำการวัดขนาดรวมไปถึงองศาของความโค้งให้ละเอียด เพื่อให้สามารถทำการผลิตและนำมาติดตั้งได้อย่างพอดีน่ะนะคะ หรือหากยังไม่ได้ทำโครงหลังคาไว้ ก็จะมีขนาดของความโค้งให้เลือกใช้แบบสำเร็จรูปได้เลยค่ะ

2. วิธีการทำโค้งด้วยน้ำหนักของแผ่นมุงเอง

วิธีนี้ก็คือการนำเอาแผ่นเมทัลชีท หรือแผ่นอลูมิเีนียมแผ่นตรง มาทำการติดตั้งบนหลังคาโค้ง  โดยให้โค้งได้ด้วยน้ำหนักของแผ่นเอง ข้อดีก็คือช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดัดโค้งได้ และสามารถใช้ในกรณีหลังคามีความกว้างมาก ๆ

ข้อดีของ หลังคาโค้ง ที่ทำจากวัสดุประเภท เมทัลชีท หรืออลูมิเนียมขึ้นรูปนี้ ก็คือมีน้ำหนักที่เบากว่าหลังคาชนิดอื่นค่ะ อีกทั้งยังมีรอยต่อค่อนข้างน้อย จึงมักไม่พบอาการรั่วซึมของน้ำฝนในภายหลัง ซึ่งก็นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่กำลังสร้างบ้านน่ะนะคะ





ข้อมูลจาก http://www.kcmetalsheet.co.th/

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หลังคาบ้าน : หลังคาเพิงหมาแหงน (lean to)

หลังคาเพิงหมาแหงน (lean to) คือ หลังคาที่ประุยุกต์มาสจากหลังคาทรงแบนค่ะ โดยจะยกด้านหนึ่งของหลังคาให้สูงกว่าอีกด้านหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความลาดชันเหมาะสำหรับการระบายน้ำฝน


หลังคาเพิงหมาแหงน นั้นเหมาะสำหรับบ้านหลังเล็ก ๆ ค่ะ เนื่องจากก่อสร้างได้ง่าย ประหยัด ใช้เวลาในการสร้างไม่นาน สามารถประยุกต์ใช้กับอาคารได้หลายหลาก เช่น อาคารที่พักผู้โดยสาร ออฟฟิศขนาดเล็ก แม้แต่อาคารหลังโต ๆ ในปัจจุบันนี้ก็สามารถเลือกใช้หลังคาทรงนี้ได้ โดยการสร้างเป็นแบบเพิงหมาแหงนสลับไปมา ก็จะทำให้ตัวอาคารดูสวยแปลกตาไปอีกแบบหนึ่งน่ะนะคะ



ภาพประกอบจาก build.com.au






วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หลังคาบ้าน : หลังคาปีกผีเสื้อ (butterfly roof)

หลังคาบ้าน แบบ ปีกผีเสื้อ (butterfly roof) นั้น จะมีลักษณะคล้ายหลังคาเพิงหมาแหงนที่หันหลังชนกันค่ะ โดยจะมีรางน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างหลังคาทั้งสองด้าน ซึ่งก็อาจจะมีปัญหาเรื่องน้ำหยด น้ำรั่วได้ เนื่องจากรางน้ำต้องรับน้ำปริมาณมากจากหลังคาทั้งสองด้าน ดังนั้นหลังคาประเภทนี้จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมในปัจจุบันนัก

ความสวยงามของ หลังคาปีกผีเสื้อ (butterfly roof) จะอยู่ที่การดีไซด์ให้ตัวหลังคาให้มีการซ้อนทับกันหลาย ๆ ชั้นค่ะ เพราะจะแลดูเหมือนผีเสื้อกำลังเล่นลม และเหมาะสำหรับบ้านหรืออาคารที่มีขนาดเล็กมากกว่าอาคารขนาดใหญ่ เนื่องจากหากเป็นอาคารหลังใหญ่ ๆ แล้วจะต้องมีเสาค้ำยัน ทำให้แลดูเทอะทะมากกว่าสวยงามน่ะนะคะ




วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หลังคาบ้าน : หลังคาทรงมะนิลา และ หลังคาหน้าจั่ว

หลังคาทรงมนิลา หรือ หลังคาหน้าจั่ว (Gable Roof) ก็คือ หลังคาที่มีสันตรงกลาง และลาดลงทั้ง 2 ข้างนั่นเองค่ะ (ลักษณะเหมือนหลังคาเพิงหมาแหงนหันหน้าชนกัน) หลังคาทรงมนิลานั้น เหมาะกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นอย่างบ้านเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อมีฝนตกชุก หลังคาทรงนี้ก็สามารถระบายน้ำฝนออกไปได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถป้องกันแดดให้กับตัวบ้านได้ดี เนื่องจากมีชายคายื่นออกมาคลุมทั้งสองด้าน ส่วนด้านสกัดหรือด้านแคบนั้น ชายคาจะยื่นได้ไม่มากจึงไม่นิยมทำหน้าต่างด้านนี้



หลังคาทรงหน้าจั่ว เป็นหลังคาที่ใช้กันมาค่อนข้างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันค่ะ โดยเฉพาะบ้านเรือนทรงไทย หรือทรงไทยประยุกต์ มักนิยมใช้หลังคาแบบนี้ เพราะนอกจากจะสามารถกันแดดกันฝนได้มากพอสมควรแล้ว ยังสร้างได้ง่าย ประหยัด มีความสวยงามคงทน และใช้ประโยชน์ได้สูง

วัสดุที่ใช้มุง หลังคาทรงหน้าจั่ว มีให้เลือกหลายชนิดด้วยกัน เช่น แฝก ใบจาก สังกะสี และกระเบื้องแผ่น โครงสร้างของหลังคาส่วนมากเป็นไม้ และกำหนดความลาดชันได้ตามความเหมาะสม หากเลือกกระเบื้องมุงหลังคาที่คุณภาพดี สีสวย ก็เป็นหลังคาแบบที่สามารถโชว์ความสวยงามของตัวบ้านได้เป็นอย่างดีเช่นกันนะคะ




วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หลังคาบ้าน : หลังคาทรงปั้นหยา



หลังคาทรงปั้นหยา นั้น เป็นหลังคาที่เหมาะสำหรับภูมิอากาศแบบบ้านเราเป็นอย่างมากค่ะ ในปัจจุบันนี้หลังคาทรงปั้นหยาได้รับความนิยมในการสร้างมากกว่าหลังคาในแบบอื่น ๆ เนื่องมาจากหลังคาทรงปั้นหยา เป็นหลังคาที่แลดูสวยงาม โอ่อ่า การออกแบบได้สัดส่วน แถมยังสามารถกันแดดกันฝนให้กับตัวบ้านได้ทุกด้านอีกด้วย

ลักษณะของ หลังคาทรงปั้นหยา ส่วนใหญ่แล้วจะมีด้านที่เป็นสามเหลี่ยม 2 ด้าน และมีสี่เหลี่ยมคางหมู 2 ด้านค่ะ ซึ่งเกือบทั้งหมดจะต้องมีความลาดเอียงเดียวกัน เพื่อให้สมดุลย์กัน ตัวหลังคาเองจะมีชายคายื่นออกมากันแดดกันฝนไม่ให้มากระทบกับตัวบ้านโดยตรง และมีความลาดชัน ไหลเอียงลงสู่ผนังเท่า ๆ กัน



แต่แม้ว่าหลังคาทรงปั้นหยาจะเหมาะสำหรับบ้านในหลาย ๆ สไตล์หลาย ๆ รูปแบบ แต่ก็ค่อนข้างจะเสียเปรีียบหลังคาแบบจั่วอยู่ไม่น้อยน่ะนะคะ เนื่องจากมีราคาค่าก่อสร้างแพงกว่า และมีรอยต่อมากกว่า ดังนั้นจึงต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ เพื่อดูแลเรื่องการมุงให้ถูกวิธี มิฉะนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหาเรื่องการระบายน้ำฝนและการรั่วซึมได้

ในตอนหน้าของบล้อกบ้านแสนสบาย เราจะมาดูรายละเอียดของหลังคาทรงมะนิลา หรือหลังคาทรงหน้าจั่ว กันต่อค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ